|
เนื่องด้วยทางสำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษ มีการเปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศหรือ GDP ในไตรมาส 3 ที่ผ่านมาขยายตัวเท่ากับไตรมาส ที่ 2 คือ 1% ซึ่งน่าจะมีสาเหตุมาจาก ในไตรมาสที่ 3 นี้ อังกฤษได้มีการฉลองครบรอบการครองราชย์สมบัติของสมเด็จพระราชินีนาถแห่งสหราชอาณาจักรและการแข่งขันโอลิมปิกที่กรุงลอนดอน โดยทางอังกฤษเองก็เชื่อว่า ถึงแม้ตัวเลข GDP จะเติบโตเท่าไตรมาสที่ 2 แต่ในไตรมาสที่ 4 นี้ก็อาจจะเข้าสู่ภาวะแห่งความเสี่ยงของการถดถอยแห่งเศรษฐกิจเช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคยุโรป ทำให้รัฐบาลต้องแก้ปัญหาโดยเตรียมแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ และมีการซื้อคืนพันธบัตรในตลาดการเงินเพื่อเสริมสภาพคล่องในตลาด
ซึ่งมีตัวเลขที่แสดงถึงยอดการใช้จ่ายของผู้บริโภคในไตรมาส 3 เพิ่มขึ้น 0.6% สูงสุดนับตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2010 เชื่อว่าเป็นผลมาจากการใช้จ่ายในช่วงโอลิมปิกฤดูร้อนที่มีส่วนทำให้ยอดใช้จ่ายผู้บริโภคเพิ่มขึ้น 0.2% ทางด้านยอดการใช้จ่ายของรัฐบาลเพิ่มขึ้น 0.6% มีส่วนทำให้ GDP เพิ่มขึ้น 0.1%
ทั้งจึงสรุปได้ว่า การที่ GDP ของแต่ละไตรมาสจะขยายตัวเพิ่มขึ้นหรือลดลง จึงขึ้นอยู่กับการส่งออกและการใช้จ่ายผ่านประชาชนในประเทศเอง ซึ่งรัฐบาลก็ต้องมีส่วนช่วยในการใช้แผนกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนได้อย่างเสรีภาพมากที่สุด และท้ายสุดนี้องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจอังกฤษปีนี้จะชะลอตัวลง 0.1% แต่ปีหน้าจะเติบโต 0.9%
|